บทที่ 10 10

เช้าวันเสาร์ที่ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อนอันแสนสงบสุขกลับมีบรรยากาศที่หนักอึ้งปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์หลังงาม ตลอดหลายวันที่ผ่านมานับตั้งแต่วันครบรอบแต่งงาน สงครามเย็นระหว่างภรันยาและติณณภพก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เขาพยายามหาเรื่องจับผิดเธอทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติอาหารที่เขาจงใจติเตียนว่าเค็มไปหรือจืดไป เสื้อผ้าที่เขากล่าวหาว่าเธอรีดไม่เรียบ ไปจนถึงการจงใจเดินชนเธอจนเอกสารในมือร่วงหล่นกระจัดกระจาย

แต่ไม่ว่าติณณภพจะสรรหาวิธีการใดมากลั่นแกล้งหรือยั่วโมโห ภรันยาก็ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยและรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างไร้ที่ติ เธอทำเพียงแค่ขอโทษสั้นๆ ตามมารยาทและจัดการแก้ไขสิ่งที่เขาไม่พอใจอย่างเงียบเชียบ ความเยือกเย็นของเธอเปรียบเสมือนน้ำแข็งขั้วโลกที่ดับไฟโทสะของเขาไม่ได้ หนำซ้ำยังทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านราวกับคนบ้าที่กำลังยืนด่ากำแพง

วันนี้ติณณภพมีนัดตีกอล์ฟกับลูกค้าคนสำคัญตั้งแต่เช้าตรู่ ภรันยาจึงมีเวลาส่วนตัวในการจัดการเอกสารบัญชีของร้านค้าออนไลน์ เธอหอบแฟ้มเอกสารและแท็บเล็ตลงมานั่งทำงานที่ชุดโซฟารับแขกในห้องนั่งเล่นที่กรุกระจกใสรอบด้าน ปล่อยให้แสงแดดรำไรและวิวสวนดอกไม้ช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับการทำงานแม่บ้านที่มาทำงานในช่วงกลางวันกำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดสระว่ายน้ำอยู่ด้านนอก ทุกอย่างดูสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อยตามที่มันควรจะเป็น

มือเรียวพลิกหน้ากระดาษรายงานสรุปผลกำไรของเดือนที่ผ่านมา ตัวเลขเจ็ดหลักที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษทำให้ดวงตากลมโตทอประกายความหวัง เงินจำนวนนี้เมื่อนำไปรวมกับพอร์ตหุ้นและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เธอกำลังจะเริ่มทำ มันใกล้จะถึงเป้าหมายที่เธอตั้งเอาไว้เข้ามาทุกที

เป้าหมายในการชดใช้หนี้ชีวิตให้กับคุณปู่ของติณณภพ

ภรันยารู้ดีว่าสิ่งที่ครอบครัวของเธอติดค้างคุณปู่นั้นมีมูลค่ามหาศาล ทั้งหนี้สินทางธุรกิจที่ท่านยื่นมือเข้ามาช่วยชำระให้จนหมดสิ้น และบุญคุณที่ท่านส่งเสียเลี้ยงดูเธอจนเติบโตมาได้อย่างสง่างาม เธอไม่เคยคิดจะกอบโกยสมบัติของตระกูลนี้อย่างที่ติณณภพและคนอื่นๆ กล่าวหาเลยแม้แต่น้อย ความตั้งใจเพียงหนึ่งเดียวของเธอคือการสร้างฐานะให้มั่นคง รวบรวมเงินทั้งหมดเพื่อนำไปคืนให้คุณปู่พร้อมดอกเบี้ย และเมื่อถึงวันนั้น เธอจะก้าวเดินออกจากการแต่งงานจอมปลอมนี้ด้วยความภาคภูมิใจ ไม่ต้องมีใครหน้าไหนมาตราหน้าว่าเธอเป็นปลิงดูดเลือดอีกต่อไป

เสียงฝีเท้าแหลมปรี๊ดของรองเท้าส้นสูงที่กระแทกกับพื้นหินอ่อนดังขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว ภรันยาละสายตาจากแท็บเล็ตและเงยหน้าขึ้นมองไปยังโถงทางเดิน ก่อนจะพบกับร่างระหงในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดที่กำลังเดินนวยนาดเข้ามาในห้องนั่งเล่นราวกับเป็นเจ้าของบ้าน

นิชากวาดสายตามองไปรอบๆ คฤหาสน์ด้วยแววตาประเมินและริษยา ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างบางซึ่งนั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มอย่างจัดจ้านเหยียดยิ้มหยันเมื่อเห็นว่าภรันยาอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ ไม่ต่างอะไรจากคนรับใช้ในบ้าน

"นี่น่ะหรอเรือนหอราคาหลายสิบล้านที่ติณณ์ซื้อไว้ ตกแต่งได้จืดชืดไร้รสนิยมสมกับเป็นบ้านที่มีผู้หญิงระดับล่างอย่างเธอเป็นผู้อาศัยจริงๆ" นิชาเปิดฉากโจมตีทันทีที่เดินเข้ามาใกล้

ภรันยาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกอย่างใจเย็น เธอไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือโกรธเคืองที่จู่ๆ อดีตคนรักของสามีก็บุกรุกเข้ามาถึงในบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ

"รสนิยมการตกแต่งบ้านเป็นของคุณติณณ์ค่ะ ฉันไม่ได้มีส่วนร่วมในการเลือกซื้อของตกแต่งแต่อย่างใด ถ้าคุณนิชามองว่ามันไร้รสนิยม คงต้องไปแนะนำคุณติณณ์เอาเองแล้วล่ะค่ะ" ภรันยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แล้วนี่คุณนิชาเข้ามาในบ้านได้ยังไงคะ ฉันจำได้ว่าไม่ได้สั่งให้แม่บ้านเปิดประตูรับแขก"

"ฉันเป็นใครทำไมต้องรอให้คนรับใช้อย่างเธอมาอนุญาต ติณณ์เขาเพิ่งให้คีย์การ์ดสำรองฉันไว้ เพราะเขาอยากให้ฉันมาหาเขาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ ฉันจะเข้าออกบ้านหลังนี้ตอนไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องมาแส่" นิชาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีพร้อมกับล้วงคีย์การ์ดสีดำขอบทองออกมาแกว่งโชว์ตรงหน้า

ภรันยามองคีย์การ์ดในมือของนิชาด้วยสายตาว่างเปล่า เธอไม่แปลกใจเลยที่ติณณภพจะมีกุญแจสำรองให้กับผู้หญิงคนนี้ ในเมื่อเขารักและหลงใหลนิชาถึงขนาดยอมทิ้งภรรยาตัวเองในวันครบรอบแต่งงาน การมอบสิทธิ์ในการเข้าออกบ้านก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

"ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณนิชาตามสบายเลยค่ะ นั่งรอตรงนี้สักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันจะไปชงเครื่องดื่มมาต้อนรับแขกของสามีให้" ภรันยาทำท่าจะลุกขึ้นยืนเพื่อตัดรำคาญ เธอไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนที่มีอคติบังตา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป